ต่างประเทศ

อุโมงค์วิงห์ม็อก สถานที่หลบภัยจากสงครามที่เคยถูกถล่มหนักที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

30 ก.ย. 2569

อุโมงค์วิงห์ม็อก สถานที่หลบภัยจากสงครามที่เคยถูกถล่มหนักที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเวียดนามเคยเป็นเพียงชุมชนชาวประมงที่เงียบสงบ รายล้อมด้วยทุ่งนา ป่าไผ่ และชายหาด แต่เมื่อสงครามเวียดนามทวีความรุนแรง พื้นที่แห่งนี้กลับกลายเป็นหนึ่งในจุดที่ถูกทิ้งระเบิดอย่างหนัก จนชาวบ้านต้องสร้างโลกอีกใบขึ้นมาใต้พื้นดินเพื่อเอาชีวิตรอด

สถานที่แห่งนี้คือ อุโมงค์วิงห์ม็อก (Vinh Moc Tunnels) เครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินในจังหวัดกว๋างจิ ประเทศเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของผู้คนในช่วงสงครามได้อย่างน่าทึ่ง

จากหมู่บ้านชาวประมงสู่พื้นที่สงคราม

The millennia-old carvings of Saimaluu Tash depict a vast array of life scenes, from warriors and agricultural communities to hunters chasing ibex.

ก่อนปี 1965 วิงห์ม็อกเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ในภาคกลางของเวียดนาม ชาวบ้านใช้ชีวิตเรียบง่ายด้วยการทำประมงและทำเกษตรกรรม ท่ามกลางภูมิประเทศที่มีทั้งทุ่งนา ป่าไผ่ และชายหาด

แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปเมื่อสงครามเวียดนามขยายตัว พื้นที่บริเวณนี้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้เขตแบ่งระหว่างเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ ทำให้หมู่บ้านต้องเผชิญกับการโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง

ตลอดระยะเวลาประมาณ 8 ปี มีรายงานว่ากองกำลังสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดลงในพื้นที่โดยประมาณ 9,000 ตัน ส่งผลให้การใช้ชีวิตบนพื้นดินแทบเป็นไปไม่ได้

เมื่อการอพยพออกจากพื้นที่ไม่ใช่ทางเลือกสำหรับชาวบ้าน พวกเขาจึงหันไปสร้างสถานที่หลบภัยใต้ดินแทน

อุโมงค์ใต้ดินที่สร้างขึ้นเพื่อเอาชีวิตรอด

ภายในเวลาเพียงประมาณ 2 ปี ชาวบ้านได้ร่วมกันขุดสร้างเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินขนาดใหญ่ โดยไม่ได้เป็นเพียงหลุมหลบภัยธรรมดา แต่ได้รับการออกแบบให้สามารถรองรับการใช้ชีวิตของผู้คนเป็นเวลานาน

อุโมงค์มีเพดานโค้งและผนังที่หนา รวมถึงทางเดินใต้ดินที่ออกแบบเป็นแนวซิกแซก เพื่อช่วยลดแรงกระแทกจากแรงระเบิดที่เกิดขึ้นบนพื้นดิน

โครงสร้างภายในถูกแบ่งออกเป็นหลายพื้นที่สำหรับการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นบริเวณพักอาศัย ห้องประชุม พื้นที่สำหรับการรักษาพยาบาล และพื้นที่สำหรับดูแลเด็ก

สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ มีผู้คนหลายร้อยคนต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้ดินแห่งนี้เป็นเวลานานถึง 6 ปี ในช่วงที่พื้นที่ด้านบนยังคงตกอยู่ภายใต้การโจมตี

และอุโมงค์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่หลบภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่เด็ก ๆ ลืมตาดูโลกด้วย โดยมีรายงานว่าเด็กอย่างน้อย 17 คนเกิดภายในอุโมงค์วิงห์ม็อก รวมถึงมีพื้นที่ที่ใช้เป็นห้องคลอดสำหรับหญิงตั้งครรภ์

ชีวิตประจำวันใต้พื้นดิน

สิ่งที่ทำให้อุโมงค์วิงห์ม็อกมีความน่าสนใจในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงความซับซ้อนของโครงสร้าง แต่คือเรื่องราวของผู้คนที่ต้องเปลี่ยนพื้นที่ใต้ดินให้กลายเป็นบ้าน

เมื่อการโจมตีบนพื้นดินเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชีวิตประจำวันของชาวบ้านจึงต้องย้ายลงมาอยู่ใต้ดิน ทั้งการพักผ่อน ทำงาน ประชุม ดูแลเด็ก และรักษาผู้ป่วย

อุโมงค์จึงสะท้อนให้เห็นว่า ในช่วงเวลาที่สงครามทำให้ชีวิตปกติบนพื้นดินเป็นไปไม่ได้ ผู้คนสามารถปรับตัวและสร้างระบบการดำรงชีวิตขึ้นมาใหม่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ยากลำบากได้อย่างไร

ปัจจุบัน อุโมงค์วิงห์ม็อกได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมพื้นที่ภายในและสัมผัสบรรยากาศของเครือข่ายอุโมงค์ที่เคยเป็นที่พักพิงของชาวบ้านในช่วงสงคราม

จากสถานที่หลบภัยสู่แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์

Topkapi Palace overlooks the Bosphorus in Istanbul.

เรื่องราวของวิงห์ม็อกเป็นเพียงหนึ่งในหลายสถานที่ทั่วโลกที่สะท้อนประวัติศาสตร์ผ่านโครงสร้างใต้ดิน เช่น Wolin Underground City บนเกาะ Wolin ของโปแลนด์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเครือข่ายบังเกอร์และอุโมงค์ที่สร้างขึ้นในยุคนาซี และปัจจุบันเปิดให้ประชาชนเข้าชม

ขณะที่ในเอเชียกลาง หุบเขา Saimaluu Tash ในประเทศคีร์กีซสถาน ก็มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่แตกต่างออกไป ที่นี่มีหินจำนวนราว 10,000 ก้อน ซึ่งเต็มไปด้วยภาพแกะสลักโบราณเกือบ 90,000 ภาพ โดยมีอายุย้อนกลับไปถึงยุคสำริด

การเดินทางไปยัง Saimaluu Tash ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากแหล่งภาพสลักตั้งอยู่บนพื้นที่สูงในเทือกเขาเทียนซาน และสามารถเข้าถึงได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ประมาณ 6 สัปดาห์ในแต่ละฤดูร้อน

สถานที่เหล่านี้จึงมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือการทำให้เราได้เห็นว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้อยู่เพียงในพิพิธภัณฑ์หรือหนังสือ แต่ยังคงปรากฏอยู่ผ่านสถานที่จริงที่ผู้คนสามารถเดินทางไปสัมผัสได้

อุโมงค์วิงห์ม็อกในวันนี้

จากหมู่บ้านชาวประมงที่ต้องเผชิญกับสงคราม อุโมงค์วิงห์ม็อกได้กลายเป็นหลักฐานสำคัญของประวัติศาสตร์เวียดนาม และเป็นจุดหมายที่ทำให้นักเดินทางได้เข้าใจชีวิตของผู้คนในช่วงสงครามผ่านสถานที่จริง

สิ่งที่อยู่ใต้พื้นดินแห่งนี้จึงไม่ได้มีเพียงอุโมงค์ ทางเดิน หรือห้องพัก แต่ยังเป็นเรื่องราวของผู้คนหลายร้อยชีวิตที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลกใต้ดินเพื่อหลบหนีการโจมตี และพยายามรักษาชีวิตประจำวันของตัวเองเอาไว้ท่ามกลางสงคราม

สำหรับผู้ที่สนใจ สถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์เวียดนาม อุโมงค์วิงห์ม็อกถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ช่วยให้เห็นมุมหนึ่งของสงครามเวียดนามผ่านประสบการณ์ของคนธรรมดาที่ต้องเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์

Cr.edition