ข่าวต่างประเทศ

ทำไมญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความสะอาด แต่กลับหาถังขยะสาธารณะได้ยาก?

22 ก.ย. 2569

ทำไมญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความสะอาด แต่กลับหาถังขยะสาธารณะได้ยาก?

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาด ถนนหนทางในเมืองใหญ่จำนวนมากแทบไม่พบขยะตกอยู่ตามพื้น แต่สำหรับนักท่องเที่ยว สิ่งหนึ่งที่มักสร้างความสงสัยและความหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย คือ การหาถังขยะสาธารณะในญี่ปุ่นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากกว่าที่คิด

นักท่องเที่ยวที่ใช้เวลาทั้งวันเดินเที่ยวในโตเกียวอาจต้องถือแก้วกาแฟ ขนมจากร้านสะดวกซื้อ หรือบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ติดตัวไปด้วย เพราะไม่สามารถหาถังขยะได้ง่ายตามสถานที่ท่องเที่ยวหรือริมถนน

คำถามจึงเกิดขึ้นว่า ทำไมญี่ปุ่นถึงสะอาดมาก ทั้งที่มีถังขยะสาธารณะอยู่ไม่มาก?

คำตอบไม่ได้มีเพียงเรื่องวัฒนธรรม แต่เกี่ยวข้องกับทั้งเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ นโยบายของภาครัฐ ต้นทุนการจัดการขยะ และพฤติกรรมของผู้คนในสังคม

เหตุการณ์ปี 1995 จุดเปลี่ยนสำคัญของถังขยะในญี่ปุ่น

หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นเริ่มลดจำนวนถังขยะสาธารณะอย่างจริงจังคือ เหตุการณ์โจมตีด้วยก๊าซซารินในระบบรถไฟใต้ดินกรุงโตเกียว เมื่อเดือนมีนาคม 1995

สมาชิกของลัทธิ Aum Shinrikyō ปล่อยก๊าซซารินบนรถไฟใต้ดินโตเกียวหลายสาย ในช่วงเวลาเร่งด่วน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 14 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายพันคน

หลังเกิดเหตุ ทางการได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ รวมถึงการปิดหรือรื้อถอนถังขยะในสถานีรถไฟและพื้นที่ต่าง ๆ เนื่องจากกังวลว่าถังขยะอาจถูกนำมาใช้ซ่อนสิ่งของอันตรายหรือเป็นส่วนหนึ่งของการก่อเหตุ

มาตรการด้านความปลอดภัยดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ถังขยะสาธารณะในญี่ปุ่นลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เหตุการณ์ก่อการร้ายในประเทศอื่น ๆ รวมถึงเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 ในสหรัฐฯ ก็ยิ่งทำให้แนวคิดด้านความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะมีความสำคัญมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 30 ปี ปัจจัยด้านความปลอดภัยเพียงอย่างเดียวไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมญี่ปุ่นยังมีถังขยะสาธารณะจำนวนน้อย

ต้นทุนและการจัดการขยะก็มีส่วนสำคัญ

อีกปัจจัยหนึ่งคือ ต้นทุนในการดูแลและจัดการถังขยะสาธารณะ

Aya Yoshida จาก National Institute for Environmental Studies ของญี่ปุ่น ระบุว่า ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2000 เป็นต้นมา เทศบาลหลายแห่งเริ่มลดจำนวนถังขยะริมถนนลง โดยส่วนหนึ่งต้องการส่งเสริมให้ประชาชนนำขยะกลับไปทิ้งที่บ้าน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเมืองเกียวโต ซึ่งลดจำนวนถังขยะริมถนนลงมากกว่าครึ่งตั้งแต่ปี 2011 หลังพบปัญหาการนำขยะจากครัวเรือนมาทิ้งในถังสาธารณะ รวมถึงปัญหาขยะสะสมรอบถัง ซึ่งเพิ่มภาระและค่าใช้จ่ายในการดูแล

ดังนั้น การมีถังขยะจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เมืองสะอาดขึ้นเสมอไป เพราะถังเหล่านั้นต้องได้รับการเก็บขยะ ทำความสะอาด และดูแลอย่างต่อเนื่อง

แล้วทำไมญี่ปุ่นถึงยังสะอาดแม้ไม่มีถังขยะ?

คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่ นโยบายและการสร้างพฤติกรรมของประชาชนในระยะยาว

ญี่ปุ่นไม่ได้พึ่งพาถังขยะริมถนนเพียงอย่างเดียว แต่เทศบาลในหลายพื้นที่มีการลงทุนกับมาตรการลดการทิ้งขยะมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ ทั้งการรณรงค์เรื่องการรักษาความสะอาด การให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ รวมถึงการออกแบบพื้นที่เมืองเพื่อช่วยลดโอกาสการทิ้งขยะ

ดังนั้น ภาพถนนที่สะอาดในญี่ปุ่นจึงไม่ได้เกิดจากความรู้สึกว่า “คนญี่ปุ่นทุกคนรักความสะอาดเป็นพิเศษ” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากทั้งนโยบายของท้องถิ่น การจัดการเมือง และพฤติกรรมที่ถูกสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วัฒนธรรมไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น

อีกแนวคิดหนึ่งที่มีบทบาทคือ “Meiwaku o kakenai” หรือแนวคิดเรื่องการหลีกเลี่ยงการสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น

เมื่อไม่มีถังขยะอยู่ใกล้ตัว ผู้คนจึงมักเลือกเก็บขยะของตัวเองเอาไว้ก่อน แล้วนำกลับไปทิ้งเมื่อพบสถานที่ที่เหมาะสม

พฤติกรรมการใช้ชีวิตในแต่ละวันก็มีส่วนเช่นกัน เพราะการรับประทานอาหารระหว่างเดินหรือบนรถไฟไม่ได้เป็นเรื่องปกติในญี่ปุ่นเหมือนกับบางประเทศ ทำให้ผู้คนมีโอกาสสร้างขยะระหว่างเดินทางน้อยลง

สำหรับคนที่ใช้ชีวิตตามปกติระหว่างบ้านกับที่ทำงาน ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นระหว่างทางจึงอาจไม่ได้มากนัก ขณะที่นักท่องเที่ยวกลับมีพฤติกรรมแตกต่างออกไป เพราะมักใช้เวลาอยู่นอกที่พักตลอดทั้งวัน ซื้อเครื่องดื่ม อาหาร และของว่างระหว่างเที่ยว ทำให้มีขยะติดตัวมากกว่าคนท้องถิ่น

นักท่องเที่ยวจึงรู้สึกว่าญี่ปุ่น “ไม่มีถังขยะ”

ความแตกต่างของพฤติกรรมนี้ทำให้นักท่องเที่ยวสัมผัสกับปัญหาถังขยะได้ชัดเจนกว่าคนญี่ปุ่นที่ใช้ชีวิตประจำวัน

นักท่องเที่ยวอาจเดินเที่ยวหลายชั่วโมง ซื้อกาแฟจากร้านสะดวกซื้อ กินแซนด์วิชระหว่างทาง และต้องถือบรรจุภัณฑ์เหล่านั้นไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะพบจุดทิ้งขยะ

Junko Yokoo ไกด์นำเที่ยวในญี่ปุ่น เล่าว่า นักท่องเที่ยวจำนวนมากรู้สึกไม่คุ้นเคยกับการไม่มีถังขยะในช่วงแรก แต่เมื่อใช้เวลาอยู่ในญี่ปุ่นนานขึ้น หลายคนก็เริ่มปรับตัว และพบว่าการไม่มีถังขยะจำนวนมากไม่ได้ทำให้เมืองเต็มไปด้วยขยะอย่างที่คาดไว้

ในทางกลับกัน สิ่งที่นักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งสังเกตได้คือ แม้จะหาถังขยะยาก แต่ถนนและพื้นที่สาธารณะส่วนใหญ่กลับยังคงสะอาด

ถังขยะในญี่ปุ่นไม่ได้หายไปทั้งหมด

แม้ถังขยะริมถนนจะพบได้ยาก แต่ไม่ได้หมายความว่าญี่ปุ่นไม่มีถังขยะสาธารณะเลย

สถานีรถไฟ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ยังสามารถพบถังขยะได้ โดยมักเป็นถังขยะที่มีลักษณะโปร่งใสและตั้งอยู่ใกล้บริเวณประตูตรวจตั๋ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือระบบรักษาความปลอดภัยสามารถตรวจสอบได้ง่าย

นอกจากนี้ ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร สถานีรถไฟ และพื้นที่เชิงพาณิชย์บางแห่งก็อาจมีจุดสำหรับทิ้งขยะ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถใช้ได้ตามเงื่อนไขของสถานที่นั้น ๆ

โตเกียวทดลองใช้ “หุ่นยนต์ถังขยะ” แก้ปัญหา

แนวคิดเรื่องการจัดการขยะในญี่ปุ่นยังพัฒนาไปอีกขั้น โดย สถานีชินจูกุในกรุงโตเกียวเริ่มทดลองใช้หุ่นยนต์ถังขยะที่สามารถเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ พื้นที่เพื่อเก็บขยะจากผู้โดยสาร

แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ปัญหาไม่ได้จำเป็นต้องย้อนกลับไปสู่การติดตั้งถังขยะจำนวนมากตามถนน แต่อาจใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการขยะในพื้นที่ที่มีผู้คนหนาแน่นแทน

ในอนาคต หากเทคโนโลยีลักษณะนี้ได้รับการพัฒนาต่อ ก็อาจกลายเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการจัดการขยะในเมืองที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่และความปลอดภัย

ทำไมญี่ปุ่นถึงไม่มีถังขยะ แต่เมืองยังสะอาด?

ท้ายที่สุดแล้ว เหตุผลที่ญี่ปุ่นมีถังขยะสาธารณะน้อยไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว

เหตุการณ์ก๊าซซารินในปี 1995 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญด้านความปลอดภัย ขณะที่ต้นทุนการดูแลถังขยะ นโยบายของเทศบาล การรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมของประชาชน ล้วนมีส่วนทำให้ระบบดังกล่าวดำเนินต่อมา

สำหรับนักท่องเที่ยว วิธีรับมือที่ง่ายที่สุดจึงอาจเป็นการพกถุงเล็ก ๆ สำหรับเก็บขยะติดตัวไว้ และนำไปทิ้งเมื่อพบจุดที่เหมาะสม

เพราะในญี่ปุ่น การหาถังขยะอาจไม่ง่าย แต่การรักษาความสะอาดกลับเป็นส่วนหนึ่งของระบบการใช้ชีวิตในเมืองที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างยาวนาน

แหล่งที่มา : bbc